เช่าหรือซื้อแบบเหล็ก แบบไหนคุ้มกว่า? วิธีคิดง่าย ๆ ก่อนตัดสินใจ
เปรียบเทียบการเช่าแบบเหล็กกับการซื้อแบบเหล็กแบบเข้าใจง่าย พร้อมวิธีคิดจุดคุ้มทุน ปัจจัยที่ต้องดู และกรณีตัวอย่างสำหรับเจ้าของบ้านและผู้รับเหมา
คำถามที่ผู้รับเหมาและเจ้าของบ้านถามเราบ่อยที่สุดคือ “ควรเช่าแบบเหล็ก หรือซื้อแบบเหล็กดี?” คำตอบไม่มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน แต่มีวิธีคิดง่าย ๆ ที่ช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ บทความนี้สรุปต้นทุนที่แท้จริงของทั้งสองทางเลือก พร้อมวิธีหาจุดคุ้มทุนที่นำไปใช้กับงานของคุณได้ทันที
ต้นทุนของการซื้อแบบเหล็ก ไม่ได้มีแค่ราคาซื้อ
เมื่อซื้อแบบเหล็ก ให้นับต้นทุนเหล่านี้รวมด้วย เพื่อเปรียบเทียบกับการเช่าได้อย่างยุติธรรม
- ราคาซื้อ เงินก้อนที่จ่ายครั้งเดียว และเป็นเงินทุนที่จมอยู่ในอุปกรณ์
- ค่าพื้นที่จัดเก็บ แบบเหล็กต้องเก็บในที่ที่ไม่โดนน้ำขัง มีไม้รอง และควรมีหลังคาคลุม
- ค่าดูแลรักษา น้ำมันทาแบบ สีกันสนิม และการซ่อมแผ่นที่บุบหรือบิด
- ค่าขนย้าย ทุกครั้งที่ย้ายจากไซต์หนึ่งไปอีกไซต์หนึ่ง
ต้นทุนของการเช่าแบบเหล็ก
- ค่าเช่า คิดตามชนิด จำนวน และระยะเวลาที่ใช้งาน
- ค่าขนส่ง ทั้งเที่ยวส่งและเที่ยวรับคืน ตามระยะทางไปหน้างาน
- เงินมัดจำ ซึ่งได้คืนตามเงื่อนไขเมื่อคืนสินค้าครบ
- ค่าเสียหายหรือสูญหาย เฉพาะกรณีที่เกินการใช้งานปกติ
ข้อดีที่มองไม่เห็นของการเช่าคือ คุณไม่ต้องแบกภาระจัดเก็บและดูแล และเลือกขนาดใหม่ได้ทุกงาน
วิธีคิดจุดคุ้มทุน แบบง่ายที่สุด
ให้หาว่าต้องใช้แบบชุดนี้รวมกันกี่เดือน การซื้อจึงจะคุ้มกว่าการเช่า:
จุดคุ้มทุน (เดือน) ≈ (ราคาซื้อ + ค่าเก็บรักษาตลอดอายุใช้งาน) ÷ ค่าเช่าต่อเดือน
ถ้าคุณคาดว่าจะใช้แบบชุดนี้ รวมทุกโครงการ นานกว่าจุดคุ้มทุน การซื้อจะคุ้มกว่า แต่ถ้าใช้น้อยกว่า การเช่าจะประหยัดกว่า
ตัวอย่างการคิด (ตัวเลขสมมติ)
สมมติแบบเหล็กชุดหนึ่งมีราคาซื้อ 100,000 บาท ค่าเก็บรักษาตลอดอายุใช้งานประมาณ 20,000 บาท และค่าเช่าชุดเดียวกันเดือนละ 8,000 บาท จุดคุ้มทุนจะอยู่ที่ประมาณ (100,000 + 20,000) ÷ 8,000 = 15 เดือน
หมายความว่า ถ้างานทั้งหมดในอนาคตใช้แบบชุดนี้รวมกันไม่ถึง 15 เดือน ให้เลือกเช่า แต่ถ้ามั่นใจว่าจะใช้เกินนั้น การซื้อจะคุ้มกว่า (ตัวเลขข้างต้นใช้อธิบายวิธีคิดเท่านั้น ไม่ใช่ราคาจริง สอบถามราคาปัจจุบันได้จากทีมงาน)
กรณีที่ควรเช่าแบบเหล็ก
- สร้างบ้านหลังเดียว หรือมีงานเดียวที่ไม่แน่ใจว่าจะมีงานต่อ
- ต้องการขนาดพิเศษที่ใช้แค่งานนี้
- ช่วงที่งานพีค ต้องการแบบเพิ่มจากที่มีอยู่ชั่วคราว
- ไม่มีพื้นที่จัดเก็บ หรือไม่อยากดูแลเรื่องสนิมและการซ่อม
- ต้องการรักษากระแสเงินสดไว้ใช้กับวัสดุและค่าแรง
กรณีที่ควรซื้อแบบเหล็ก
- เป็นผู้รับเหมาที่มีงานต่อเนื่องตลอดปี
- ใช้ขนาดเดิมซ้ำ ๆ เช่น งานบ้านจัดสรรหรือทาวน์โฮมที่แบบเหมือนกัน
- มีโกดังหรือลานเก็บของ และมีทีมดูแลอุปกรณ์
- ต้องการให้แบบพร้อมใช้ทันทีโดยไม่ต้องรอจัดส่ง
ทางเลือกที่ผู้รับเหมาหลายรายใช้: ซื้อบางส่วน เช่าบางส่วน
วิธีที่คุ้มที่สุดในทางปฏิบัติคือ ซื้อขนาดที่ใช้บ่อย เช่น แบบเหล็กแผ่นมาตรฐานและแบบเสาขนาดยอดนิยม แล้ว เช่าขนาดพิเศษหรือจำนวนที่เกินในช่วงงานพีค วิธีนี้ทำให้มีแบบพร้อมใช้เสมอ โดยไม่ต้องลงทุนกับอุปกรณ์ที่ใช้ไม่บ่อย
เคล็ดลับลดค่าเช่าแบบเหล็ก
- วางแผนการเทเป็นรอบ แล้วหมุนเวียนแบบไปใช้จุดถัดไป แทนการเช่าครบทุกจุดพร้อมกัน
- นัดส่งให้ตรงวันที่ต้องใช้ ไม่รับของมาวางรอก่อนหลายวัน
- วางแผนคืนแบบเมื่อหมดความจำเป็น สอบถามเงื่อนไขการทยอยคืนแบบที่ใช้เสร็จแล้วกับผู้ให้เช่า
- รวมสินค้าในเที่ยวเดียว เช่น แบบเหล็ก แบบเสา และป๊อบค้ำยัน เพื่อประหยัดค่าขนส่ง
- ดูแลแบบให้ดีระหว่างใช้งาน เพื่อไม่ให้มีค่าเสียหายตอนคืน
สรุป
การเลือกเช่าหรือซื้อแบบเหล็กขึ้นกับระยะเวลาใช้งานรวม ความถี่ของงาน และพื้นที่จัดเก็บของคุณ ใช้สูตรจุดคุ้มทุนข้างต้นเป็นจุดเริ่ม แล้วให้ทีมงานช่วยเทียบราคาซื้อกับราคาเช่าสำหรับงานจริงของคุณ ดูรายละเอียดบริการได้ที่หน้า เช่าแบบเหล็ก หรือ สินค้าทั้งหมด